วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ฮุน เซน กร้าวถ้าทหารไทยไม่ถอนกำลังออกจากวัดแกวสิกขาคีรีสวาระ คุณก็คือผู้รุกราน

เมื่อวานอ่านไปอ่านมาไปเจอ เลยเอามาเก็บไว้ในบล็อก ศิษย์พี่ของผมเขาแปลซะละเอียดยิบเลย



จอมพลสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน นายกรัฐมนตรี แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา กล่าวว่า ตราบใดที่ทหารไทยผู้รุกรานยังไม่ถอนกำลังออกไปให้หมดจากวัดแกวสิกขาคีรีสวาระของกัมพูชาแล้วละก็ ผมก็จะยังคงกล่าวหาไทยว่ารุกรานกัมพูชา และความสัมพันธ์อันดีก็คงจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากทหารไทยผู้รุกรานยังคงมีอยู่บนแผ่นดินกัมพูชา

สมเด็จฮุน เซน ได้ตอบโต้รัฐบาลอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาติดต่อกัน 3 วัน และในเช้าวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 ซึ่งเป็นวันที่ 3 ในกำหนดการเยือนชายแดน สมเด็จฮุน เซน กล่าวย้ำในโอกาสลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมทหารและเปิดอาคารกองบัญชาการกองพันที่ 422 สังกัดกองพลน้อยที่ 42 ในเขตอำเภอบันเตียยอำปึล จังหวัดอุดอร์เมียนเจ็ย อยู่ห่างจากปราสาทตาเมือนราว 7 กิโลเมตร

สมเด็จฮุน เซน กล่าวว่า ความต้องการของไทยนั้นยิ่งใหญ่มาก เพราะเขากล้าผลักอกทหารของเราในดินแดนของเรา แต่กองทัพของเราไม่ท้อถอยหรอก และถึงตอนนี้ จะไม่อนุญาตให้ผลักอกต่อไปอีกแล้ว

นอกจากนี้สมเด็จฮุน เซน ตอบโต้การแสดงความคิดเห็นของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีของไทย ที่เผยแพร่ผ่านทางสื่อไทยว่า การเดินทางมายังพื้นที่ชายแดนและการสวมใส่เครื่องแบบทหารของสมเด็จนายกรัฐมนตรี ฮุน เซน เพื่อหวังความได้เปรียบทางการเมืองเท่านั้น และทหารไทยก็ไม่ได้รุกรานกัมพูชาแต่อย่างใด และรัฐบาลไทยจะใช้การปราศรัยของสมเด็จฮุน เซน ชี้แจงต่อองค์การยูเนสโกว่า พื้นที่โดยรอบปราสาทพระวิหารเป็นกรรมสิทธิ์ของไทยอย่างชัดเจน นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีไทยได้ให้สัมภาษณ์กับ MCOT เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ว่า ไทยไม่ได้พยายามรุกรานดินแดนกัมพูชาดังที่สมเด็จฮุน เซน ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวต่างประเทศแต่อย่างใด การที่พูดว่า ไทยบุกรุกก็เท่ากับเป็นการยอมรับว่า พื้นที่ดังกล่าวนั้นเป็นของไทยแล้ว และเราจะชี้แจงต่อองค์การยูเนสโกให้ชัดเจนว่า พื้นที่ที่เกี่ยวข้องนี้ไม่ใช่ของกัมพูชา และการชี้แจงจะมีขึ้นในช่วงกลางปีนี้ และกำลังดำเนินการไปตามขั้นตอน

สมเด็จฮุน เซน กล่าวชี้แจงในกรณีนี้ว่า ขอให้นายอภิสิทธิ์ ได้โปรดรู้จักฮุน เซน ให้ชัดเจนอภิสิทธิ์กำลังถูกเขากล่าวหาว่า เป็นนายกรัฐมนตรีที่หลบหนีการเกณฑ์ทหาร แต่ขณะนี้กลับมียศร้อยตรี โดยที่ตัวเองไม่ผ่านการเกณฑ์ทหาร

สมเด็จฮุน เซน กล่าวต่ออีกว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ตนสวมใส่เครื่องแบบทหาร ทหารนี้เป็นทหารอาชีพอย่างแท้จริง วันนี้ผมสวมใส่เครื่องแบบทหารคอมมานโดพิเศษ จงอย่าลืมว่า อาชีพเดิมของผมคือ กองกำลังพิเศษ ผมสวมใส่เครื่องแบบทหารเพราะพระมหากษัตริย์พระราชทานแก่ผม ผมจะสวมใส่เครื่องแบบใดก็ไม่ได้ไปเกี่ยวกับคุณเลย ฮุน เซน มีเลือดเนื้อเป็นชาวเขมร สัญชาติเขมรอย่างแท้จริง ที่ประชาชนลงคะแนนให้ความไว้วางใจ เหตุใดนายอภิสิทธิ์ จึงพูดว่า เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง ลองให้นายอภิสิทธิ์สวมใส่ดู ลองใส่ดูด้วยตัวเองแล้วติดยศปลอมนั่น แล้วจะกล้าตอบคำถามพรรคเพื่อไทยและกลุ่มคนเสื้อแดงที่ต่อต้านตัวเองได้หรือไม่?

สมเด็จฮุน เซน กล่าวอีกว่า ตนได้สวมใส่เครื่องแบบทหารมานานแล้ว ใช่ว่าเพิ่งจะมาใส่ตอนที่มาชายแดนแต่อย่างใด เหตุใดเล่าอภิสิทธิ์จึงมาโง่เขลาเอาวันนี้ อย่าได้ว่าฮุน เซน พูดไม่มีสกุลรุนชาติ แต่คุณเองต่างหากที่พูดไม่มีสกุลรุนชาติ ผมจะสวมใส่เครื่องแบบอะไรมันไปหนักอะไรของคุณ ขออย่าได้ขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญกัมพูชา และขอบอกอีกว่า ฮุน เซน มีรหัสประจำตัว 000.002 เป็นทหารที่มีรหัสประจำตัว ไม่ใช่ทหารธรรมดา ๆ แต่เป็นผู้จัดตั้งกองทัพอีกต่างหาก ไม่ใช่ทหารที่ถือบัตรหนีการเกณฑ์ทหารแต่อย่างใด

คุณชี้แจงแทรกแซงกิจการของผม ด้วยเหตุนี้ผมจำเป็นต้องพูดเกี่ยวกับเรื่องของคุณ ประเด็นที่ 2 ตามการนำเสนอของหนังสือพิมพ์ไทยโดยกล่าวอ้างคำพูดของนายอภิสิทธิ์ ที่กล่าวว่า ไม่มีทหารไทยเข้ามารุกรานกัมพูชา อภิสิทธิ์กล้าสาบานไหม สาบานให้ตายทั้งโคตร สาบานให้ฉิบหายทั้งประเทศว่า หากกองทัพไทยได้รุกรานกัมพูชาเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2551 หรือไม่? และจงอย่าได้ถือว่า การนำเอาการสาบานมาพูดไม่ได้มาตรฐานนั้นถือว่าไม่ใช่ การสาบานถือเป็นมาตรฐานสากล เพราะทั้งนายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีก่อนเข้ารับตำแหน่งต้องสาบานตนกันทุกประเทศ และในศาลก็สาบานตนว่า จะขอพูดความจริง และให้ทหารไทยที่มาประจำการในวัดแกวสิกขาคีรีสวาระสาบานเถิด สาบานให้อิทธิฤทธิ์บารมีปราสาทพระวิหารหักคอคุณให้ตายทั้งหมด คุณจะกล้าหรือไม่?

สมเด็จฮุน เซน กล่าวอีกว่า การให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศ ฮุน เซน เคยได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศเมื่อไร อภิสิทธิ์ อย่ากลืนน้ำลายตัวเองเป็นอันขาด อภิสิทธิ์บอกว่าจะนำเอาคำชี้แจงของฮุน เซน ไปที่องค์การยูเนสโก อภิสิทธิ์ อย่ากลืนน้ำลายตัวเองและจะต้องนำเอาคำปราศรัยของผมทั้งหมดที่แถลงต่อทหารกองพลสนับสนุนที่ 3 ไปเปิดทั้งหมด อย่าให้ขาดหายไปแม้แต่คำเดียว แม้แต่เสียงไอก็ต้องเขียนในวงเล็บว่า (ไอ) คุณต้องนำไปอย่างจริงจัง เพราะตอนนั้นผมได้กล่าวหาทหารของคุณรุกรานประเทศผมเช่นกัน

นอกจากนี้ยังกล่าวอีกว่า อีกประเด็นหนึ่งซึ่งน่าสนใจอย่างยิ่งก็คือ การพูดในนัยที่ว่า ไทยพยายามรุกราน คือเท่ากับเป็นการยอมรับว่า พื้นที่ดังกล่าวนั้นเป็นของไทยไปโดยปริยายแล้ว ฉะนั้นพื้นที่ใดก็ตามขอแค่ไทยรุกรานหรือว่าเป็นดินแดนของคุณทั้งหมดอย่างนั้นหรือ? มันหมายความว่าอย่างนั้นหรือ? นายกรัฐมนตรีที่มาจากการรัฐประหาร และมาจากเสียงส่วนน้อย ผมพูดเข้าเรื่องภายในของคุณแล้ว ในเบื้องต้นคุณใช้กลุ่มคนเสื้อเหลืองโค่นล้มรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เข้ายึดสนามบินใช้กระบวนการศาลยุติธรรมที่เขาเรียกว่า รัฐประหารตุลาการ ยุบพรรคการเมืองแล้วเคลื่อนไหวดูดกำลังพรรคเพื่อไทยและพรรคอื่น ๆ ร่วมจัดตั้งรัฐบาลโดยเสียงส่วนน้อย ขณะนี้คุณกำลังกระจายกำลังพลประมาณ 154 กองร้อย เตรียมรับมือกับสถานการณ์สู้รบกันเอง

สมเด็จฮุน เซน ได้ฝากสาส์นถึงคนไทยด้วยว่า ไม่มีวันไหนที่คนไทย ประเทศไทยแตกแยกกันมากเท่ากับช่วงการบริหารของนายอภิสิทธิ์ และก็ไม่มีวันไหนที่นโยบายการต่างประเทศไทยเลวร้ายเท่ากับรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ ที่สำคัญกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งนี้มีกัมพูชารวมอยู่ด้วย

สมเด็จฮุน เซน กล่าวต่ออีกว่า อย่าปล่อยมือเป็นอันขาด หากคำพูดของตนถูกนำไปเสนอไม่ถูกต้องขอให้มีการชี้แจงปฏิเสธไปยังสำนักข่าวของคุณหากสื่อนั้นนำเสนอผิดพลาด ต้องแก้ไขหากไม่แก้ไขแล้ว คุณนำคำพูดของผมทั้งหมดไปบรรจุในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ถ้ากล้าคุณก็ไม่ใช่คนแล้ว ถ้าใจเด็ดจริงเอาไปเลย

สมเด็จฮุน เซน กล่าวอีกว่า ตนไม่ได้เป็นศัตรูกับคนไทยและกองทัพไทยแต่อย่างใด แต่เป็นการตอบโต้ผู้นำเสียงส่วนน้อยของไทยเท่านั้น

ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการกล่าวอ้างของพลโทวีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 ที่กล่าวว่า ตนถูกส่งให้มาต้อนรับสมเด็จฮุน เซน เพื่อส่งสาส์นฉบับหนึ่งว่า ไทยยึดมั่นซึ่งการยืนยันของตัวเองเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์เหนือพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร เกี่ยวกับเรื่องนี้สมเด็จฮุน เซน ระบุว่า พลเอกเจีย ดารา ติดต่อไปยังพลโทวีร์วลิต เพื่อสอบถามว่า หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์นำเสนอผิดพลาด หรือนายพลผู้นี้พูดผิดว่า พลโทวีร์วลิต ใช้คำพูดแบบนี้กับฮุน เซน และได้มอบสาส์นกับฮุน เซน เรียกร้องพื้นที่ดังกล่าวนั้นหรือไม่? คุณกล้าสาบานให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นี่หักคอคุณให้ตายทั้งเป็นไหม เพราะการพูดจาของคุณนั้นไม่เป็นความจริงเลย

ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ไทยไม่เคยรุกรานประเทศเพื่อนบ้านแต่อย่างใด พร้อมทั้งได้แนะนำให้พูดความจริง สมเด็จฮุน เซน กล่าวว่า นายสุเทพ ซึ่งเคยได้พบกันที่หัวหินและเคยได้รับประทานแกงคั่วที่เมืองตาเขมา ฮุน เซน พูดความจริง หรือคุณพูดความเท็จ ปัญหามันอยู่ที่ตรงนั้น ผมเคยบอกแล้วว่า ทหารไทยได้รุกรานยึดครองวัดแกวสิกขาคีรีสวาระของกัมพูชาว่าจริงไหม ถ้าไม่จริงขอให้ผมฉิบหาย แต่ถ้าจริงก็ขอให้คุณฉิบหายเช่นกัน คุณกล้ามาสั่งสอนให้ฮุน เซน พูดความจริง แล้วคุณเองละพูดความจริงแล้วหรือยัง?

นอกจากนี้สมเด็จฮุน เซน ยังได้ตำหนิการนำเสนอของสื่อไทยที่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เดินทางมาที่ชายแดนพร้อมกับฮุน เซน ในขณะที่พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้อยู่ในประเทศกัมพูชาด้วยซ้ำ และก็ไม่รู้ด้วยว่าท่านอยู่ที่ไหนด้วยในขณะนี้ “ถ้าจะพูดเรื่องข่าวกรองของไทยมันเร็วแบบนี้แหละ ด้วยเหตุนี้คุณทักษิณ มาอาศัยอยู่ในกัมพูชาไปเลยดีกว่า แล้วให้โทรทัศน์มาบันทึกภาพนำเสนอไปทั่วประเทศกันไปเลย”

นอกจากนี้สมเด็จฮุน เซน ได้ขอบคุณองค์กรภาคประชาชนกัมพูชาและพรรคฝ่ายค้านกัมพูชา ซึ่งที่ผ่านมาได้วิจารณ์ฮุน เซน แต่ในตอนนี้ได้ให้การสนับสนุนต่อความเคลื่อนไหวของฮุน เซน ตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย ซึ่งประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นว่า ประเทศกัมพูชามีแนวความคิดต่อนโยบายป้องกันประเทศ ถึงแม้ว่าเราจะมีความคิดเห็นที่ไม่ลงรอยกัน แต่จิตใจรักชาติของพวกเรามีเหมือน ๆ กัน

สมเด็จฮุน เซน ยังได้ฝากไปยังรัฐบาลไทยว่า ถ้าคุณกล้าทำอีก ฮุน เซน ก็กล้าทำต่อ เพราะยังอยู่ที่ชายแดนอีก 2 วัน สมเด็จฮุน เซน กล่าวว่า สงครามชี้เป็นชี้ตายในประเทศไทยกำลังจะมาถึงแล้ว นี่เป็นผลจากความไม่มีสัจจะของคุณ ไม่เพียงแต่ไม่มีสัจจะกับประเทศเพื่อนบ้านเท่านั้น แต่ยังไม่มีสัจจะภายในประเทศชาติของคุณอีกด้วย แล้วจะเป็นผู้นำได้หรือ?

แหล่งที่มา รัศมีกัมพูชา (เรียะเซม็ยกัมปุเจีย)
ชายเหนียง ณ เสียมเรียบนคร

รายการบล็อกของฉัน